Close Menu
    Facebook X (Twitter) Instagram
    partthai
    • Home
    • ข่าวสารล่าสุด
    • ความบันเทิง
    • สุขภาพ
    • สูตรอาหาร
    partthai
    สูตรอาหาร

    สูตรโดบอชทอร์ท (Dobos Torte): เค้กชั้นในตำนานจาก ฮังการี

    George HendersonBy George HendersonNovember 11, 2025No Comments3 Mins Read

    ในโลกของขนมอบยุโรปกลาง มีขนมไม่กี่ชนิดที่สามารถสะกดทุกสายตาได้เท่ากับ ฮังการี โดบอชทอร์ท (Dobos Torte) เค้กชั้นเนยสดและช็อกโกแลตที่ทั้งหรูหราและคลาสสิก ผลงานชิ้นเอกของช่างทำขนมชื่อดังจากฮังการีในศตวรรษที่ 19 ขนมนี้ไม่เพียงแต่มีรสชาติอร่อยสมบูรณ์แบบ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความประณีต ความคิดสร้างสรรค์ และความรุ่งเรืองของยุโรปในยุคนั้น


    ประวัติความเป็นมาของ Dobos Torte

    Dobos Torte ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1884 โดย József C. Dobos ช่างทำขนมผู้มีชื่อเสียงจากกรุงบูดาเปสต์ เขาต้องการสร้างขนมที่มีความแตกต่างจากเค้กทั่วไปในยุคนั้น ซึ่งมักจะใช้ครีมสดที่เสียได้ง่าย

    โดบอชจึงคิดค้นสูตรเค้กที่มีความทนทานและสามารถเก็บได้นาน โดยเขาใช้ บัตเตอร์ครีมช็อกโกแลต (chocolate buttercream) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในยุคนั้น เนื่องจากการใช้เนยแทนครีมสดช่วยให้ขนมไม่ละลายในอุณหภูมิห้อง

    เขานำเค้กนี้ไปเปิดตัวในงาน Budapest National Exhibition และได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วทวีป โดยมีพระนาง เอลิซาเบธ แห่งออสเตรีย (จักรพรรดินีซิซี) และ จักรพรรดิฟรานซ์โจเซฟ แห่งออสเตรีย-ฮังการี เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ลิ้มลองเป็นกลุ่มแรก

    ตั้งแต่นั้นมา Dobos Torte ก็กลายเป็นขนมในตำนานของฮังการี และเป็นต้นแบบของเค้กชั้นหลายชนิดในยุโรป


    ลักษณะเฉพาะของ Dobos Torte

    Dobos Torte เป็นเค้กที่มีโครงสร้างโดดเด่นและสวยงาม ประกอบด้วย

    • เค้กสปันจ์บาง ๆ 6 ชั้น ที่มีเนื้อเนียนนุ่มแต่แน่นพอจะรับครีมได้
    • ชั้นครีมบัตเตอร์ช็อกโกแลต ที่เข้มข้นและหอมมัน ทำจากเนยแท้ ผสมกับช็อกโกแลตคุณภาพสูง
    • หน้าคาราเมลกรอบ ชั้นบนสุดที่เป็นเอกลักษณ์ โดยจะเคลือบด้วยน้ำตาลไหม้และตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมวางเรียงอย่างประณีต

    ความพิเศษของเค้กนี้อยู่ที่ “สมดุล” ทั้งด้านรสชาติและเนื้อสัมผัส—ความนุ่มของเค้ก ผสมกับความเข้มข้นของครีม และความกรอบของคาราเมลกลายเป็นประสบการณ์รสชาติที่ไม่เหมือนใคร


    ส่วนผสมหลักของ Dobos Torte

    ส่วนผสมสำหรับเค้กสปันจ์:

    • ไข่ไก่ 6 ฟอง (แยกไข่แดงและไข่ขาว)
    • น้ำตาลทราย 150 กรัม
    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 120 กรัม
    • เนยละลาย 50 กรัม
    • เกลือเล็กน้อย

    ส่วนผสมสำหรับบัตเตอร์ครีมช็อกโกแลต:

    • เนยจืด 250 กรัม (อุณหภูมิห้อง)
    • น้ำตาลไอซิง 150 กรัม
    • ช็อกโกแลตดาร์ก 150 กรัม (ละลายแล้วปล่อยให้เย็น)
    • ไข่แดง 2 ฟอง
    • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

    ส่วนผสมสำหรับคาราเมลหน้าเค้ก:

    • น้ำตาลทราย 150 กรัม
    • เนย 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำมะนาวไม่กี่หยด (ช่วยไม่ให้น้ำตาลตกผลึก)

    ขั้นตอนการทำ

    1. ทำเค้กสปันจ์

    1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180°C
    2. ตีไข่แดงกับน้ำตาลครึ่งหนึ่งจนขึ้นฟูและมีสีอ่อน
    3. ตีไข่ขาวกับน้ำตาลที่เหลือจนตั้งยอดอ่อน แล้วค่อย ๆ ผสมกับส่วนของไข่แดง
    4. ร่อนแป้งลงไปทีละน้อย ตะล่อมเบา ๆ จนเข้ากัน จากนั้นเติมเนยละลาย
    5. เทส่วนผสมบาง ๆ ลงในถาดอบแบน (ควรแบ่งเป็น 6 ถาดหรืออบซ้ำทีละแผ่น)
    6. อบแต่ละชั้นประมาณ 8–10 นาทีจนเหลืองทอง แล้วพักให้เย็น

    2. ทำบัตเตอร์ครีมช็อกโกแลต

    1. ตีเนยจนขึ้นฟู แล้วค่อยเติมน้ำตาลไอซิง
    2. ใส่ไข่แดงและกลิ่นวานิลลา ตีจนเนียน
    3. เติมช็อกโกแลตละลายลงไปทีละน้อย คนจนได้ครีมเนื้อเนียนเข้มข้น

    3. ประกอบเค้ก

    1. วางแผ่นเค้กสปันจ์หนึ่งชั้น แล้วทาครีมให้ทั่ว ทำซ้ำจนถึงชั้นที่ห้า
    2. ใช้ครีมแต่งขอบและผิวด้านข้างให้เรียบสวย
    3. เก็บชั้นที่หกไว้สำหรับทำหน้าคาราเมล

    4. ทำคาราเมลหน้าเค้ก

    1. ละลายน้ำตาลในกระทะจนเป็นคาราเมลสีทอง แล้วเติมเนยและน้ำมะนาวเล็กน้อย
    2. เทคาราเมลลงบนแผ่นเค้กที่เหลือ แล้วเกลี่ยให้เรียบ
    3. ก่อนที่คาราเมลจะแข็งตัว ให้ใช้มีดที่ทาเนยตัดเป็นสามเหลี่ยม
    4. จัดเรียงชิ้นคาราเมลบนหน้าเค้กที่ประกอบแล้ว

    เคล็ดลับความอร่อย

    • ช็อกโกแลตต้องคุณภาพดี: ยิ่งช็อกโกแลตเข้ม รสของครีมยิ่งกลมกล่อมและไม่เลี่ยน
    • อย่าทำคาราเมลเข้มเกินไป: สีคาราเมลควรเป็นทองอำพันเพื่อให้รสหวานขมพอดี
    • พักเค้กก่อนเสิร์ฟ: ควรแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เพื่อให้ครีมเซ็ตตัวและรสชาติเข้ากัน

    ความหมายและความนิยมของ Dobos Torte

    Dobos Torte ไม่ได้เป็นเพียงขนมหวานธรรมดา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของ “ยุคทองแห่งบูดาเปสต์” ในศตวรรษที่ 19 ที่เมืองหลวงฮังการีเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและศิลปะในยุโรปกลาง

    เค้กนี้ถูกส่งออกไปยังหลายประเทศในยุโรป และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับขนมตะวันตกมากมาย เช่น Viennese Sacher Torte และ Opera Cake ของฝรั่งเศส แม้เวลาผ่านมากว่าร้อยปี Dobos Torte ยังคงเป็นเค้กที่ร้านขนมในฮังการีและยุโรปตะวันออกนิยมทำเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ เช่น งานแต่งงานและวันเกิด


    Dobos Torte ในยุคสมัยใหม่

    ปัจจุบัน เชฟขนมอบรุ่นใหม่ได้ปรับรูปแบบของ Dobos Torte ให้ร่วมสมัยมากขึ้น เช่น

    • ทำเป็น มินิเค้ก (mini Dobos) ขนาดพอดีคำ
    • จัดเสิร์ฟแบบ โดมครีมช็อกโกแลต พร้อมคาราเมลเปราะด้านบน
    • หรือทำในรูปแบบ เค้กไร้กลูเตน สำหรับผู้รักสุขภาพ

    แต่ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงอย่างไร “หัวใจ” ของเค้กนี้—รสชาติของช็อกโกแลตเข้มข้น เนื้อเค้กนุ่ม และคาราเมลกรอบ—ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

    การเสิร์ฟ Dobos Torte อย่างประณีต

    หนึ่งในเสน่ห์ของ Dobos Torte คือวิธีการเสิร์ฟที่สะท้อนความพิถีพิถันแบบยุโรปกลาง เค้กชิ้นนี้มักถูกจัดวางอย่างงดงามบนจานกระเบื้องขาวหรือจานเคลือบลายโบราณ เพื่อขับให้เห็นความแตกต่างของเฉดสีน้ำตาลเข้มจากช็อกโกแลตและสีทองอำพันของคาราเมล

    ในการเสิร์ฟแบบดั้งเดิม ชิ้นเค้กจะถูกตัดอย่างแม่นยำให้ได้รูปสามเหลี่ยมสมมาตร โดยด้านบนต้องมีคาราเมลกรอบติดอยู่ทุกชิ้น ถือเป็นการเคารพความตั้งใจของผู้คิดค้น ที่ต้องการให้ผู้ชิมแต่ละคนได้สัมผัสทั้ง 3 เนื้อสัมผัสในคำเดียว — นุ่มจากเค้ก เข้มข้นจากครีม และกรอบจากคาราเมล

    เครื่องดื่มที่นิยมจับคู่กับ Dobos Torte ได้แก่

    • เอสเปรสโซ่หรือกาแฟดำ เพื่อบาลานซ์ความหวานมันของเค้ก
    • ชาดำกลิ่นเบอร์กาม็อต ที่ช่วยขับรสช็อกโกแลตให้กลมกล่อม
    • หรือในโอกาสพิเศษ ชาวฮังการีบางคนอาจจับคู่เค้กนี้กับ ไวน์หวาน Tokaji Aszú ซึ่งเป็นไวน์ระดับตำนานของประเทศ

    ความสำคัญทางวัฒนธรรมของ Dobos Torte

    นอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว Dobos Torte ยังเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจในงานฝีมือของชาวฮังการี มันไม่ใช่เพียงขนม แต่เป็น “ศิลปะการทำอาหาร” ที่บ่งบอกถึงความละเอียดและความรักในรายละเอียด

    ในฮังการี ปัจจุบันยังคงมีการจัด งานแข่งขันทำเค้ก Dobos Torte ทั้งในระดับโรงเรียนสอนทำขนมและในงานเทศกาลอาหาร เพื่อสืบสานภูมิปัญญาและเทคนิคดั้งเดิม เช่น การทำคาราเมลที่เงางามพอดี หรือการตีครีมให้เนียนโดยไม่เลี่ยนเกินไป

    นอกจากนี้ เค้กยังมักปรากฏใน งานเฉลิมฉลองระดับชาติ หรือในร้านขนมชื่อดังของบูดาเปสต์ เช่น Gerbeaud Café, Auguszt Cukrászda, และ Ruszwurm Cukrászda ที่ยังคงอบเค้กนี้ตามสูตรโบราณเกือบไม่เปลี่ยนแปลงเลย


    แรงบันดาลใจจาก Dobos Torte ในโลกสมัยใหม่

    แม้เวลาจะผ่านมากว่าศตวรรษ แต่ Dobos Torte ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟขนมทั่วโลก หลายร้านนำเค้กนี้มาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย เช่น

    • เวอร์ชันมินิมัล (Minimalist Dobos) ที่ตัดเหลือเพียง 3 ชั้น พร้อมเคลือบคาราเมลบางเฉียบ
    • เวอร์ชันรสชาติใหม่ เช่น ช็อกโกแลต-ราสป์เบอร์รี หรือไวท์ช็อกโกแลต-กาแฟ
    • หรือแม้แต่ในรูปแบบ โดมขนมหวาน (Dobos Dome) ที่เสิร์ฟในร้านอาหารระดับมิชลิน

    ในโลกออนไลน์ Dobos Torte ยังกลายเป็นไวรัลในกลุ่มคนรักเบเกอรี่ เพราะความสวยของหน้าคาราเมลที่สะท้อนแสงราวกระจกทองคำ และขั้นตอนการประกอบที่ทั้งท้าทายและน่าตื่นตาตื่นใจ


    เทคนิคที่ควรรู้สำหรับมือใหม่

    หากคุณต้องการลองทำ Dobos Torte ที่บ้าน สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวและใจเย็น เค้กนี้ต้องการ “ความแม่นยำ” และ “ความอดทน” มากกว่าความซับซ้อน โดยมีเคล็ดลับดังนี้

    1. อบเค้กบางแต่เท่ากันทุกชั้น
      ใช้ตาชั่งหรือแม่พิมพ์เดียวกันทุกครั้ง เพื่อให้ทุกแผ่นหนาเท่ากันและสุกพร้อมกัน
    2. ตีบัตเตอร์ครีมให้นุ่มแต่ไม่เหลว
      เนยควรอยู่ในอุณหภูมิห้อง ไม่เย็นและไม่ละลาย เพื่อให้ครีมเนียนสม่ำเสมอ
    3. ทำคาราเมลในกระทะหนา
      ใช้ไฟกลางคงที่ และอย่าคนหลังจากน้ำตาลละลาย เพื่อป้องกันน้ำตาลตกผลึก
    4. ตัดหน้าคาราเมลขณะยังอุ่น
      ใช้มีดที่เคลือบเนยบาง ๆ จะช่วยให้คาราเมลไม่แตกหรือหัก
    5. เก็บในตู้เย็นก่อนเสิร์ฟ
      พักเค้กให้เซ็ตตัวอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือข้ามคืน รสชาติจะกลมกล่อมยิ่งขึ้น

    Dobos Torte: สะพานเชื่อมระหว่างอดีตและปัจจุบัน

    แม้ว่าเทรนด์ขนมจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ Dobos Torte ยังคงถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเค้กที่ “ไร้กาลเวลา” ของโลก เพราะมันไม่เพียงสะท้อนรสชาติของยุคเก่า แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของมนุษย์ในการผสมผสานศิลปะและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันผ่านการอบเค้ก

    ในทุกคำที่กัดลงไป คุณจะได้สัมผัสถึงความตั้งใจของ József Dobos — ชายผู้ต้องการให้ขนมของเขาเก็บรักษาได้นานขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าเขาได้สร้าง “ตำนาน” ที่คงอยู่มาจนถึงศตวรรษที่ 21


    บทสรุป

    Dobos Torte คือขนมที่สื่อถึงความสมบูรณ์แบบในศิลปะการทำขนมแบบยุโรปตะวันออก มันมีทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ความพิถีพิถันในเทคนิค และรสชาติที่ยากจะลืม ความลงตัวระหว่างเนื้อเค้กนุ่ม ครีมเข้ม และคาราเมลกรอบ ทำให้มันยังคงอยู่ในใจของผู้คนทั่วโลก

    ทุกครั้งที่มีการทำ Dobos Torte ขึ้นมาใหม่ คือการรำลึกถึงจิตวิญญาณแห่งบูดาเปสต์ในยุคทอง — เมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะ เสียงดนตรี และกลิ่นหอมของเนยที่อบอยู่ในอากาศ

    และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ Dobos Torte ไม่ใช่แค่ขนม แต่เป็น “มรดกแห่งความหวาน” ที่ไม่มีวันจางหายไปจากประวัติศาสตร์ของโลกอาหาร.

    การสูบบุหรี่ทำลาย สมอง อย่างถาวรได้อย่างไร วัดมหาธาตุ วัดโบราณกับเศียรพระพุทธรูปในรากไม้ วันหยุดที่ ฮอกไกโด สวรรค์ที่ซ่อนเร้นในภาคเหนือของญี่ปุ่น สูตรโดบอชทอร์ท (Dobos Torte): เค้กชั้นในตำนานจาก ฮังการี
    George Henderson

    Related Posts

    อบอุ่นและอร่อย: ปลา ฟินแลนด์ มันฝรั่ง และขนมปัง

    November 17, 2025

    คอมตำซวนเนือง: ข้าว หักกับซี่โครงย่างไซง่อน

    November 15, 2025

    กัวคาโมเล่แท้: ดิป อะโวคาโด สดสไตล์เม็กซิกัน

    November 14, 2025

    Comments are closed.

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.